094-9977532

GSMA (Global System for Mobile Communications) องค์กรกำกับดูแลมาตรฐานการสื่อสารคาดว่าสาธารณรัฐประชาชนจีนจะเป็นผู้นำด้านโครงข่าย 5G ภายในปี 2025 ด้วยจำนวนผู้ใช้ราว 600 ล้านคน นับเป็นส่วนแบ่งราว 40% ของจำนวนผู้ใข้ทั่วโลก

Sihan Bo Chen หัวหน้าของ GSMA ของสาธารณรัฐประชาชนจีนได้กล่าวกับสำนักข่าว China Xinhua ว่า ปริมาณผู้ใช้ 5G ทั่วโลกจะเพิ่มจาก 1.4 พันล้านคนเป็น 1.6 พันล้านคนในปี 2025 โดยปริมาณผู้ใช้ที่เพิ่มขึ้นจะมาจากแผนผลักดันของเครือข่ายผู้ให้บริการมือถือที่ช่วยให้ประชาชนเข้าถึงคลื่น 5G ได้ในราคาที่ถูกลง

No Descriptionภาพจาก Shutterstock

อ้างอิงจากการศึกษาของสถาบัน China Academy of Information and Communications Technology (CAICT) พบว่าการที่รัฐบาลจีนพยายามผลักดันโครงข่าย 5G ทั้งการเร่งเพิ่มจุดกระจายสัญญาณ, เปิดให้ผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์ภายใต้การดูแลของรัฐบาลสามารถให้บริการคลื่น 5G แก่ประชาชนได้ในราคาถูก จะทำให้จีนใช้เงินลงทุนกับการขยายโครงข่าย 5G ช่วงปี 2020-2025 ราว 130-217 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ (ราว 4,000 ล้านล้านบาทถึง 6,500 ล้านล้านบาท)

แต่การลงทุนนี้จะทำให้จีนกลายเป็นประเทศที่ให้บริการ 5G ได้เป็นวงกว้าง นำเกาหลีใต้, สหรัฐอเมริกา, ออสเตรเลียและสหราชอาณาจักรที่เปิดให้บริการ 5G นำไปก่อนตอนไตรมาสที่ 2 ที่ผ่านมา

ภาพจาก Shutterstock

Chen Zhaoxiong รองรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศของประเทศจีน ได้กล่าวในงาน Wuzhen Summit (World Internet Conference) ว่าตอนนี้ผู้ให้บริการโครงข่ายโทรศัพท์ในจีนได้ตั้งสถานีฐาน 5G ไปกว่า 86,000 สถานีแล้ว ทำให้เครือข่าย 5G ครอบคลุมเมืองใหญ่ทั้งกรุงปักกิ่ง, เซี่ยงไฮ้, กวางโจวและหังโจว และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 130,000 สถานีในสิ้นปี 2019 นี้

ข้อดีของการใช้ 5G จะทำให้การรับส่งข้อมูลทำได้เร็วขึ้นและลดอาการหน่วงตอนส่งข้อมูล, สถานีรับส่งสัญญาณรับอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อได้มากขึ้นและทำให้การนำไปปรับใช้กับเครื่องจักรในโรงงานอุตสาหกรรม, หุ่นยนต์และทำให้รถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติทำงานได้ดียิ่งขึ้น

ที่มา : South China Morning Post

Topics: 

Source: Blognone